ร้านไอศกรีม Annette I Tim Tuk Tuk ร้านค้าที่น่าตราตรึงใจบนรถตุ๊กตุ๊ก

เพราะว่าใครที่กำลังหงุดหงิดกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ลองหาอะไรเอร็ดอร่อย  รับประทานเย็น สดชื่น มาทานดู จะได้มีความรู้สึกดีขึ้นอย่างแน่แท้ แต่อะไรละที่ว่าจะอร่อย ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยว่า ร้านไอศกรีม  Annette I Tim Tuk Tuk เป็นร้านที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ร้านไอศกรีม Annette I Tim Tuk Tuk นอกจากจะมีความเอร็ดอร่อยแล้วก็ยังแปลกใหม่เหมือนใครกันอีกด้วย

 
ร้านไอศกรีม  Annette I Tim Tuk Tuk
ถือได้ว่าร้านไอศกรีม  Annette I Tim Tuk Tuk เป็นร้านที่น่านใจ ซึ่งได้ถูกเปลี่ยนแปลงพื้นที่ส่วนเบาะหลังให้กลายเป็นตู้แช่ไอศกรีมแทน เป็นความโดดเด่นที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ยิ่งกว่านั้นยังคงมีเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างดีเยี่ยมกันเลย เพราะความพิเศษของทางร้านก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากได้ลองไอศกรีมสไตล์โฮมเมด ของทางร้านค้าก็รับรองกันเลยว่า จะต้องติดใจ เนื่องจากจะหอมหวาน เย็นชื่นใจ รูปแบบของไอศกรีมยังมีความน่ารัก พร้อมทั้งดูใส ๆ สไตล์วัยรุ่นกันจริง ๆ แถมยังมีให้เลือกหลากหลายรสชาติกันด้วย  ซึ่งแน่นอนเลยว่าใคร ๆ ก็อยากจะรับประทานกันแน่นอน ซึ่งตั้งอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์หรือติดตามการเคลื่อนไหวทางหน้าเฟสบุ๊คกันได้เลย การันตีวาจะต้องหลงรักความน่ารัก พร้อมกับน่ารับประทานของไอศกรีม ทำให้ผู้ที่กิน ต่างก็ชื่นใจ
 
ดังนั้น ร้านไอศกรีม  Annette I Tim Tuk Tuk จึงกลายเป็นร้านที่โด่งดังเป็นอย่างมาก  เป็นเหตุให้กลายเป็นร้านที่กลุ่มวัยรุ่นมักจะเลือกกินกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งจะเปิดทุกวัน 10.00น. , 13.00-22.00 น. อาจจะเดินทางไปชิมกันได้เลย และนี่ก็ถือว่าเป็นร้านที่โด่งดังภายในย่านสยามเซ็นเตอร์

พบกับความมหัศจรรย์งานเทศกาลน้ำแข็ง ภายในเมือง ฮาร์บิน

เทศกาลน้ำแข็ง มหัศจรรย์ เมืองฮาร์บิน หรือว่าฮารเอ่อร์ปิน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองจีนนั้น เป็นที่นิยมพร้อมทั้งมีชื่อเสียงระดับโลก โดยเมืองนี้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม วัฒนธรรมและสถานที่เที่ยว โดยในหน้าหนาว เมืองจะมีสภาพภูมิอากาศหนาวเหน็บ จนเกิดน้ำแข็งพร้อมกับหิมะ ทำให้ผู้คนคิดว่าไอเดียวในการแกะสลักน้ำแข็ง เทศกาลน้ำแข็ง เพื่อที่จะเป็นจุดขายใหม่ของฮาร์บิน

 
เทศกาลน้ำแข็ง
เพราะว่าเทศกาลน้ำแข็งของฮาร์บิน เรียกได้ว่า คือวัฒนธรรมน้ำแข็งและหิมะของโลก ทางสภาพอากาศอยู่ภายใต้อิทธิพล โดยตรงของลมหนาวจากไซบีเรีย ในหน้าร้อนอุณหภูมิทีอยู่ 21 .2องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวจะหนาวจัดอุณหภูมิถึงขั้นติดลบและมีฤดูหนาวที่ยาวนาน จนได้ชื่อว่า เป็นเมืองแห่งน้ำแข็ง โดยเทศกาลน้ำแข็งจะมีการจัดขึ้นในเดือนมกราคม ราวๆ 1 เดือนที่อากาศยังหนาวเหน็บทำให้น้ำแข็งจะสามารถคงตัวเองได้ โดยในตอนกลางวันก็จะมีการแกะสลักหิมะแลน้ำแข็งให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ อย่างยิ่งใหญ่ สวยงามไม่แพ้ปีก่อน ๆ กันเลย พร้อมทั้งไฮไลท์เด็ด ๆ คือ ช่วงเวลาตอนค่ำ จะมีการประดับไฟภายในอาณาจักรน้ำแข้งยักษ์แห่งนี้ด้วย ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปร่างประสาทสุดแฟนตาซี  พร้อมกับมีสีแสงไฟสร้างสีสันให้งานิ่งใหญ่สุดอลังการระดับโลกกันเลย
 
เพราะเช่นนั้น เทศกาลน้ำแข็ง เป็นเทศกาลที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก ทำให้ใครก็ตาม ต่างก็ไม่พลาดกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันเลยก็ว่าได้ พร้อมกับนี่ก็ถือว่าเป็นสถานที่สวย  สุดแสนจะบรรยาย ทำให้กลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญกันเลยก็ว่าได้ ถ้าเช่นนั้นไม่ควรพลาดกันเลย

น้ำตกโขดหินอุลูรู และปรากฏการณ์ที่น่ามหัศจรรย์ในช่วงฝนตก

น้ำตกโขดหินอุลูรู เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับโลกกันเลย โดยโขดหินแห่งนี้เป็นดั่งแลนด์มาร์ค สำคัญของประเทศออสเตรเลีย ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศ เป็นโขดหินขนาดใหญ่สีส้มที่สะดุดตา โผล่มาจากทางพื้นดินคล้ายๆกับภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งจะมีความสูงถึง 348 เมตร หรือประมาณ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพเรียงต่อกันจนถึง 4 ครั้ง พร้อมทั้งมีฐานรอบวง 9 กม. ทำให้ผู้ที่ได้ฟังขนาดแล้ว ก็มีจินตนาการได้แน่นอน

 

นับได้ว่าน้ำตกโขดหินอุลูรู ที่อุบัติขึ้นต่อเมื่อมีฝนตกมาก จนทำให้มีน้ำไหลบ่าลงสู่ยอดโขดหินต่อจากนั้น ก็ไหลลงจากพื้นผิวแนวลาดตามรอยขรุขระ ที่มีรูปร่างของโขดหิน จึงคล้ากับน้ำตกขนาดย่อม ที่มีน้ำไหลทั่วทุกช่องทาง โดยบางครั้งน้ำยังย้อมสีของหินจากส้มให้กลับเป็นสีอมม่วงกันอีกด้วย โดยปรากฏการณ์นี้จะมีการเกิดขึ้นในช่วงเดือน พฤศจิกายนถึงมีนาคม ที่จะมีปริมาณฝนเฉลี่ย 333 มิลลิเมตร จะสามารถหาชมได้ยากนัก ถ้าโชคดีหน่อยอาจจะมีผู้เดินทางเพียงแค่ 1% ที่จะมีการค้นพบปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้นได้ เพราะเช่นนั้น น้ำตกโขดหินอุลูรู จึงกลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าติดตาม พร้อมทั้งน่าสนใจเป็นอย่างมาก ใคร ๆ ก็ไม่พลาดกับการเกาะติด

 

ดังนั้น น้ำตกโขดหินอุลูรู กลับเป็นน้ำตกสุดฮิต ที่กำลังมีกระแสในการติดตาม ทำให้กลายเป็นสถานที่เที่ยว ที่มีความนิยม ส่วนมากแล้ว ผู้เดินทางต่างก็ชื่นชอบกับสถานที่ท่องเที่ยวกันไม่ใช่น้อย และนี่ก็ถือได้ว่าที่เที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ กันเลยค่ะ 

ยอดภูเขาไฟสุนัข สูงเด่นกึ่งกลางป่าเขา อุทยานแห่งชาติโอโบ

ยอดภูเขาไฟสุนัข ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งกันเลย นั่นก็คือ The Pico Cao Grande ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มีรูปร่างสูงผอม ตั้งตระการกลางป่าที่เขียวชอุ่มในวนอุทยานแห่งชาติโอโบ มีการตั้งอยู่ในประเทศเซาตูเมพร้อมกับปรินซีปี นอกจากชายฝั่งทะเลแอฟรกา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีชื่อเสียงพร้อมกับกลายเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีเลย ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

 

สำหรับยอดภูเขาไฟสุนัขแห่งนี้ จะมีความเด่นที่มีรูปร่างของภูเขาที่มีลักษณะสูง พร้อมกับผม เหมือนกับทรงกรวย มองไกล ๆ ก็คงรู้สึกได้ว่าคล้ายกับเจดีย์อะไรบางอย่าง แต่อันที่จริงก็คือยอดภูเขาไฟสูงเด่น ที่มีความสง่าอยู่กลางเกาะนั้นเอง โดยจะมีความสูงถึง 386 เมตร เหนือภูมิประเทศโดยรอบ ๆ เป็นเหตุให้เราจะสามารถมองเห็นยอดเขาได้จากไกล ๆ เป็นเงากันเลย และยังจะสามารถสังเกตเห็นได้แม้จะไม่ได้อยู่ภายในระยะทางใกล้ ๆ กันก็ตามบริเวณรอบ ๆ เขาไฟเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ตัวอย่างเช่น ห่าต้นเฟิร์นยักษ์หนาทึบ ซึ่งบางพื้นที่ก็เป็นพื้นที่ถนนทั่วไป มีการมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟแห่งนี้  ซึ่งจะมีความสูงบริเวณยอดเขา พร้อมกับยังทำให้เผชิญกับก้อนเมฆพร้อมกับไอหมอกที่มีการกระจายไปทั่วบริเวณต่าง ๆ จึงทำให้วิวทิวทัศน์ดูน่าค้นหาราวกับว่าอยู่แบบย้อนยุคภายในสมัยดึกดำบรรพ์ ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกันเลย จนใครต่อใคร ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตามกับแหล่งท่องเที่ยวในที่แห่งนี้

 

ดังนั้น ยอดภูเขาไฟสุนัข จึงได้มีใครต่อใคร ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตาม ยิ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แห่งนี้ด้วยล่ะก็ ยิ่งจะสนใจกันเป็นพิเศษ พร้อมกับนี่ก็ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต ที่ผู้เดินทางแต่ละคนให้การตอบรับเป็นอย่างดี จนตกเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ยอดภูเขาไฟสุนัข สูงตระการตาใจกลางป่าเขา วนอุทยานแห่งชาติโอโบ

ยอดภูเขาไฟสุนัข ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งกันเลย นั่นก็คือ The Pico Cao Grande ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มีรูปร่างสูงผอม ตั้งตระการกลางป่าที่เขียวชอุ่มในอุทยานแห่งชาติโอโบ มีการตั้งอยู่ในประเทศเซาตูเมและปรินซีปี นอกจากชายฝั่งทะเลแอฟรกา ที่เป็นสถานที่เที่ยวตามธรรมชาติที่มีชื่อเสียงและตกเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีเลย ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

 

เพราะยอดภูเขาไฟสุนัขแห่งนี้ จะมีความเด่นที่มีรูปร่างของภูเขาที่มีลักษณะสูง และผม เหมือนกับทรงกรวย มองไกล ๆ ก็คงจะรู้สึกได้ว่าคล้ายกับเจดีย์อะไรบางอย่าง แต่อันที่จริงก็คือยอดภูเขาไฟสูงเด่น ที่มีความสง่าอยู่กลางเกาะนั้นเอง โดยจะมีความสูงถึง 386 เมตร เหนือภูมิประเทศโดยรอบ ๆ เป็นเหตุให้เราจะสามารถมองเห็นยอดเขาได้จากไกล ๆ เป็นเงากันเลย และยังจะสามารถมองเห็นได้แม้จะไม่ได้อยู่ภายในระยะทางใกล้ ๆ กันก็ตามบริเวณรอบ ๆ เขาไฟเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ตัวอย่างเช่น ห่าต้นเฟิร์นยักษ์หนาทึบ ซึ่งบางพื้นที่ก็เป็นพื้นที่ถนนทั่วไป มีการมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟแห่งนี้  ซึ่งจะมีความสูงบริเวณยอดเขา และยังทำให้เผชิญกับก้อนเมฆและไอหมอกที่มีการกระจายไปทั่วบริเวณต่าง ๆ จึงทำให้วิวทิวทัศน์ดูน่าค้นหาราวกับว่าอยู่แบบย้อนยุคภายในสมัยดึกดำบรรพ์ ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกันเลย จนใครๆ ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตามกับแหล่งท่องเที่ยวในที่แห่งนี้

 

ดังนั้น ยอดภูเขาไฟสุนัข จึงได้มีใครๆ ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตาม ยิ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แห่งนี้ด้วยล่ะก็ ยิ่งจะสนใจกันเป็นพิเศษ และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต ที่นักเดินทางแต่ละคนให้การตอบกลับเป็นอย่างดี จนกลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สวนเบญจสิริ พบกับความร่มรื่นในศูนย์กลางกรุง ท้องถนนสุขุมวิท

หากกล่าวถึงย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพ หลากหลายคนต้องคิดถึงถนนสุขุมวิท ที่เป็นที่ตั้งของบริษัทห้างร้าน สถาบันทางด้านการเงินต่าง ๆ จนถึงแหล่งช็อปปิ้งที่ดึงดูดผู้คนในไทย พร้อมกับเทศให้มาเที่ยว และมักจะมีการจัดงานภายในหลายพื้นที่ด้วยกัน ในท่ามกลางความเจริญกลุ่มนี้จะมี สวนเบญจสิริ ที่สร้างขึ้นภายในสมัยรัฐพลเอกชาติชาย  ชุณะวัณ ซึ่งภายในวโรกาสที่ทางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่อายุครบ 60 พรรษา ในปี 2535

 

โดยได้รับการดีไซน์ภูมิทัศน์ โดศาสตราจารย์กิตติคุณเดชา บุญล้ำ ทางด้านหน้าสวนเบญจสิริ ที่เป็นบ่อน้ำพุ ซึ่งจะเปิดให้ชมน้ำพุเต้นระบำ ภายในโอกาสพิเศษ ลานกว้างทรงกลมสองข้างเป็นที่ตั้งของปฏิมากรรมลอยตัว ส่วนกลางสวน เป็นภาพนูนสูงสีทองที่มีขนาดใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเขียวชอุ่มร่มรื่น ภายในสวนที่ห้อมล้อมไปด้วยบึงขนาดใหญ่ มีนกพิราบอยู่มากมาย ประชากรใกล้เคียงได้มาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันพร้อมกับมีการออกกำลังกายในรูปแบบที่น่าสนใจ ไมใช่จะมีเฉพาะธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่เด็ก ๆ ยังมีสนามเด็กเล่นเพื่อเล่นได้อย่างเพลิดเพลินกันเลย ที่เป็นลานกีฬาที่มีเครื่องเล่นหลากหลาย มากมายกันเลยก็ว่าได้

 

เพราะฉะนั้น สวนเบญจสิริ จึงกลายเป็นสวนที่ใครต่อใคร ต่างก็ชื่นชอบ และต้องการจะเดินทางมาเป็นปริมาณมาก ทำให้ พื้นที่แห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่สุดฮิต แถมยังสามารถมาออกกำลังกายในที่แห่งนี้ได้อีกด้วย พร้อมกับนี่ก็ถือได้ว่าเป็นไม่ควรพลาดกับสวนที่เต็มไปด้วยความงดงาม พร้อมกับเต็มไปด้วยนักเดินทางหลากหลายคนด้วยกัน

ภูสันฟ้า รีสอร์ท ที่รับรองสุดหรู ไปพร้อมด้วยรูปแบบธรรมชาติ

ภูสันฟ้า รีสอร์ท  เชียงใหม่ ห่างจากสนามบินนานาชาติประมาณ 42 กิโล ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้ การตั้งอยู่ในท่ามกลางท้องนาผืนกว้าง ที่ได้มีการโอบล้อมไปด้วยวิวภูเขาสวย ๆ ของขุนเขาเมืองแกน ที่มีบรรยากาศสงบและเป็นที่ส่วนตัว ยิ่งกว่านั้นยังมีการตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ของเมือง เช่น เขื่อนแม่งัด วัดบ้านเด่น ปางช้างแม่แตง และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งร่วมกัน

 

ที่มาพร้อมทั้งการบริการและสิ่งอำนวยความสบายกันอย่างครบครัน เช่น WiFi , บริการรถรับส่งสนามบิน , มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพราะว่าห้องพักแห่งนี้ จะมีการบริการที่มีความหลากหลายแบบด้วยกัน เช่น VILLA AILLA Aiyara วิลล่าส่วนตัวในแบบล้านนา เมื่อนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้มีการเดินทางมาพักผ่อนกับรีสอร์ทแห่งนี้ ต้องรู้สึกถึงความหรูหราและมีบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่อยู่ในท่ามกลางนาข้าวขั้นบันไดที่มีความงดงาม ซึ่งห้องพักทุกห้องจะได้รับการดีไซน์ตกแต่งกันอย่างพิถีพิถัน ที่มีความสมบูรณ์แบบด้วยสิ่งอำนวยความสบายอย่างครบครันกันเลย ยิ่งได้มีการสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติที่มีความงามเป็นส่วนตัว พร้อมด้วยเพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสบาย และกิจกรรมมากมาย ณ ภูสันฟ้า รีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็น บาร์ริมสระน้ำ อ่างอาบน้ำร้อน และมีการบริการนวด และอื่น ๆ พร้อมกับอิ่มกับอาหารรสเลิศหลากหลายเมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย และอาหารตะวันตก พร้อมกับเครื่องดื่มและของว่างที่แสนโอชะกันเลย

 

เพราะเช่นนั้น ภูสันฟ้า รีสอร์ท จึงกลายเป็นรีสอร์ทที่น่าสนใจ และน่าติดตามกันเลย  เมื่อได้มาพักที่แห่งนี้ ก็ต้องพบกับความซาบซึ้ง และน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้กลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนต่างก็ไม่พลาดกับที่พักสุดหรูหราในแบบธรรมชาติ

ถ้ำหินงอกหินย้อย ที่จะกลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เพชรบูรณ์

หลักการค้นเจอว่า ถ้ำหินงอกหินย้อย เป็นบริเวณเขาซำหมี ในหมู่ 1 พร้อมทั้งเป็นเขาโตกเหี้ย ในหมู่ที่ 11 อำเมอืงเพชรบูรณื โดยทีมสำรวจในพื้นที่เพิ่งทำการสำรวจในเบื้องต้นไปได้แค่เพียง 3 แห่งด้วยกัน พร้อมยังมีการนำคณะนายชาญชัย ศรศรีวิชัย ที่เป็นนายอำเภอเมือง เข้าไปทำการสำรวจชมภายในถ้ำ เพื่อทำการเตรียมวางแผนในระยะยาวหวังทำการบูมเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ จนได้มีการสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับคณะนาย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ถึงความสวยงามและวิจิตรตระการตา กระทั่งเตรียมวางแผนบูมเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ กันเลย

 

ซึ่งปัจจุบันทีมตรวจสอบนำโดยนายวันชัย ศรีพิมพ์ ก็ยังมีการรุดหน้าสำรวจถ้ำธรรมชาติเพิ่มที่เติมเป็นแห่ง 4 พร้อมทั้งแห่งมรา 5 ในเขตพื้นที่บริเวณเขาซำหมี  ซึ่งได้มีการสำรวจถ้ำทั้ง 2 แห้งด้วยกัน ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เช่นกันอีกด้วย สำหรับถ้ำหินงอกหินย้อย ที่กำลังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งกำลังจะมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยทงนายวันชัยได้พูดว่า การสำรวจทางกายภาพถ้ำที่ 4 และ  พบด้านในถ้ำเป็นห้องโถงใหญ่ ที่น่าสนใจ ในถ้ำนี้จะมีแอ่งน้ำที่มีขนาดเล็กกระจายตามจุดต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านี้แล้ว ยังมีการสังเกตได้ว่า หินย้อยยังมีน้ำไหลหยดอยู่ พร้อมทั้งยังค้นพบว่า เสาหิน หลอดหินย้อย พร้อมทั้งหินูฉาบม่านถ้ำครบครัน

 

เพราะเช่นนั้น ถ้ำหินงอกหินย้อย จึงตกเป็นถ้ำที่ถูพัฒนามาทำการการเป็นแหล่งท่องเที่ยวกันเลย ทำให้ไม่พลาดกับการติดตามกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ และนี่ก็ถือว่าไม่ควรพลาดกับการติดตามแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ กันเลย

หาดริ้น สถานที่เที่ยวที่มีความสวยงาม พร้อมกับทะเลสายปาร์ตี้

หาดริ้น เป็นหาดทรายที่มีการเชื่อมระหว่างเขาหิน 2 ลูก ที่มีรูปร่างเป็นโค้งเว้า พร้อมกับครึ่งวงกลม ที่มีการแบ่งออกเป็นหาดริ้นนอก และใน ทำให้ที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้ใครก็ตาม ต่างก็ไม่พลาดกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ กันได้เลย หากได้มีการเอ่ยถึงความงดงาม ของชายหาดสีขาว เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ไม่เพียงแค่นี้ ยังมีไฮไลท์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  จนเป็นเหตุให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกกันเลย

 
นับได้ว่า หาดริ้น เป็นหาดที่เต็มไปด้วยความบันเทิง พร้อมกับความสวยงามไปพร้อมกับแหล่งธรรมชาติ ยิ่งคืนพระจันทร์เต็มดวง หรือเป็นวันขึ้น 15 ค่ำทุกเดือน พร้อมทั้งหากใครที่อยากมีความรู้สึกได้มารผ่อนคลาย ก็ลองมานั่งชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น ได้ฟังเสียงคลื่นที่มีการซัดสาดเข้าฝั่ง เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนก็ชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง สำหรับในการเดินทางไปหาดริ้นนั้น ที่จะสามารถเดินทางได้ทั้งทางเครื่องบิน พร้อมกับทางรถยนต์ไปที่เกาะสมุย แล้วจึงได้ไปต่อเกาะพงัน ที่อยู่ห่างออกไป ภายในช่วงเวลาในการเดินทางเพียงแค่ 1 ชั่วโมง เมื่อไปถึงหาดก็ต้องมีการเดินทางไปเที่ยวที่แห่งนี้ หาดริ้น จนทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความนิยมเป็นอย่างมากมาย
 
หาดริ้น
ดังนั้นหาดริ้น จึงตกเป็นหาดที่โดนใจผู้เดินทางหลากหลายคนด้วย ยิ่งได้สัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวที่แห่งนี้กันแล้วล่ะก็ ยิ่งไม่คลาดกันเลย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเดินทางที่ชื่นชอบในรูปแบบธรรมชาติ ยิ่งจะมีการเดินทางมาท่องเที่ยวกันบ่อย ๆ เลย

Sidu River Bridge สะพานสีเหลืองสะดุดตามากที่สุดในประเทศจีน

Sidu River Bridge เป็นสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในประเทศจีน ซึ่งเป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลก คือสะพานแขวนสีเหลืองอร่ามที่ตั้งอยู่ทางเหนือเหวผาหินลึกว่า 1,600 ฟุตกันเลย มีการข้ามแม่น้ำประจำเมืองพร้อมทั้งเชื่อมต่อระหว่างภูเขาใหญ่ทั้งสองลูก ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง  ทำให้ใครต่อใคร ต่างก็ไม่พลาดกับการไล่ตามกันเลยก็ว่าได้

 
สำหรับสะพาน Sidu River Bridge จะมีความโดดเด่นตรงเสารูปตัว H เป็นสีเหลืองอร่ามทั้งสองด้านของภูเขาสองลูก ทำให้นึกถึงสะพานโกลเด้นเกตที่ซ่านฟรานซิสโก ที่มีสีส้มร้อนแรง และมีความโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง โดยสะพานแห่งนี้ จะค่อนข้างมีระยะทาง ไม่ได้ใช้เสาภายในการเค้าระหว่างกลาง แต่ก็จะมีความแข็งแรงพร้อมทั้งความปลอดภัย และยังจะสามารถท่องเที่ยวรับชมวิวทิวทัศน์ที่มีความงดงามในระกว่างการขับรถได้อีกด้วย ซึ่งสะพานนี้ได้มีการเปิดตัวขึ้นปี 2009 จะมีจุดประสงค์ เพื่อเป็นการสร้างสะพานสำหรับระหว่างข้ามภูเขาใหญ่ทั้งสองลูก โดยอยู่เหนือแม่น้ำที่ไหลผ่านภูเขา Sidu River Bridge โดยจะมีความสูงทีสุดในประเทศจีน และติดอันดับโลกกันเลย ทำให้ผู้เดินทางแต่ละคนต่างก็อยากจะไปสะพานนี้กันอย่างกว้างขวางกันเลยก็ว่าได้
 
Sidu River Bridge
เพราะเช่นนั้น Sidu River Bridge จึงกลับเป็นสะพานที่น่าจับตาดูเป็นอย่างมอง ใครๆ ต่างก็มีการเอ่ยถึงกันอย่างมากกันเลย จนทำให้ผู้เดินทางเห็นธรรมชาติและวิวทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ กันนั่นเอง  พร้อมกับนี่ก็ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดอีกแห่งหนึ่งกันเลย